90'S ENGINEER
คลังความรู้ แบบฟอร์มคำนวณ บริการ คอร์สเรียน สมาชิก ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรก / คลังความรู้ / การควบคุมงานก่อสร้าง
การควบคุมงานก่อสร้าง

การควบคุมงานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

คุณภาพของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กไม่ได้ขึ้นกับการออกแบบและส่วนผสมที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการควบคุมงานก่อสร้างหน้างานทุกขั้นตอนด้วย — บทความนี้สรุปแนวทางตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต ระหว่างเทและทดสอบ จนถึงการบ่มและรื้อแบบหล่อ

สรุปจากแนวปฏิบัติควบคุมคุณภาพงานคอนกรีตหน้างานที่ใช้กันทั่วไปในงานก่อสร้าง อ้างอิงมาตรฐาน มยผ. 1101 (กรมโยธาธิการและผังเมือง) สำหรับตำแหน่งจุดหยุดเทคอนกรีต และมาตรฐาน BS EN 12390 / ASTM C39 สำหรับวิธีเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังอัด — รายละเอียดและเกณฑ์ยอมรับที่ใช้จริงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดสัญญาและแบบก่อสร้างของแต่ละโครงการ

1. การตรวจสอบก่อนเทคอนกรีต

แบบหล่อ (Formwork) — ตรวจสอบความถูกต้องของขนาดและรูปร่างให้ตรงตามแบบ และตรวจสอบความแข็งแรงของแบบหล่อและค้ำยันให้เพียงพอต่อการรับน้ำหนักคอนกรีตสดและแรงจากการทำงานโดยไม่บิดเบี้ยวหรือรั่วซึมระหว่างเท

เหล็กเสริม — ตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียดการเสริมเหล็กทั้งขนาดเหล็กเสริม ระยะการจัดเรียง ระยะทาบต่อ และระยะหุ้มคอนกรีต (Concrete Cover) ให้ตรงตามแบบก่อสร้างและมาตรฐานก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง

ความสะอาดพื้นที่ทำงาน — กำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และสิ่งแปลกปลอมออกจากภายในแบบหล่อและบนผิวเหล็กเสริมให้สะอาดก่อนเทคอนกรีต เพื่อป้องกันการเกิดจุดบกพร่องในเนื้อคอนกรีตและการยึดเกาะที่ไม่สมบูรณ์ระหว่างคอนกรีตกับเหล็กเสริม

2. การลำเลียงและเทคอนกรีต

เลือกวิธีลำเลียงคอนกรีตให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เท เช่น การถอยเทด้วยรถโม่ การใช้กระบะลำเลียง หรือการใช้คอนกรีตปั๊ม โดยต้องระวังไม่ให้คอนกรีตแยกตัว (Segregation) ระหว่างการลำเลียงและเท

การจี้/เขย่าคอนกรีต (Vibration) ต้องจี้เป็นระยะเวลาและระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อไล่ฟองอากาศและทำให้คอนกรีตแน่นตัวสม่ำเสมอ โดยหลีกเลี่ยงการจี้นานเกินไปหรือจี้ซ้ำจุดเดิม ซึ่งอาจทำให้มวลรวมหยาบแยกตัวจมลงสู่ด้านล่างของคอนกรีต

3. การทดสอบค่ายุบตัวและการเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังอัด

ทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต (Slump Test) ทุกครั้งที่มีความจำเป็น โดยกระทุ้งคอนกรีตในแบบทดสอบแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 25 ครั้ง เพื่อควบคุมความสม่ำเสมอของคอนกรีตที่เข้าเทหน้างาน

เก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อทดสอบกำลังอัดควรเก็บอย่างน้อยทุก 50 ลบ.ม. หรือทุกพื้นที่เทคอนกรีต 250 ตร.ม. โดยเลือกใช้รูปแบบตัวอย่างมาตรฐานรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดังนี้:

รูปแบบตัวอย่างขนาดมาตรฐานวิธีกระทุ้ง
ทรงลูกบาศก์150×150×150 มม.BS EN 123903 ชั้น ชั้นละ 35 ครั้ง
ทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม. สูง 300 มม.ASTM C393 ชั้น ชั้นละ 25 ครั้ง
4. ตำแหน่งจุดหยุดเทคอนกรีต (Construction Joint)

ควรวางแผนตำแหน่งจุดหยุดเทคอนกรีตล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดจุดอ่อนต่อการรับแรงของโครงสร้าง แนวทางทั่วไปมีดังนี้:

องค์อาคารตำแหน่งจุดหยุดเทที่เหมาะสม
เสาหยุดเทในตำแหน่งต่ำกว่าท้องคานหรือหัวเสาไม่เกิน 75 มม.
คานหรือพื้นหยุดเทในช่วง Mid Third Span (ช่วงกลางหนึ่งในสามของช่วงพาด)
คานรองฝากกับคานหลักตำแหน่งหยุดเทของคานหลักต้อง Offset ออกจากคานรองไม่น้อยกว่าข้างละ 2B (มยผ. 1101)
5. การตกแต่งผิวและรอยต่อคอนกรีตเก่า-ใหม่

งานตกแต่งผิวคอนกรีตควรดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 45-60 นาทีหลังเทคอนกรีต ส่วนการทำผิวหน้า (Surface Finishing) ควรทำในช่วง 2-4 ชั่วโมงหลังเทคอนกรีต ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศและอัตราการก่อตัวของคอนกรีตแต่ละครั้ง

Cold Joint คือรอยต่อระหว่างคอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการเทคอนกรีตต่อหลังจากคอนกรีตเดิมแข็งตัวไปแล้ว ในกรณีนี้ควรกำหนดให้มีเหล็กยึด (Dowel) และใช้วัสดุประสานคอนกรีตเก่า-ใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดโพรงบริเวณรอยต่อหลังเทคอนกรีต

6. การบ่มคอนกรีต (Curing)

วิธีการบ่มคอนกรีตแบ่งได้เป็น 3 แนวทางหลัก: การบ่มด้วยไอน้ำ เพื่อเร่งกำลังคอนกรีต, การป้องกันการเสียน้ำ จากผิวคอนกรีต โดยหุ้มด้วยแผ่นพลาสติกหรือใช้น้ำยาบ่มทาที่ผิวคอนกรีต และ การทำให้เปียกชื้นต่อเนื่อง เช่น การรดน้ำ การขังน้ำ หรือการคลุมด้วยวัสดุที่มีความชื้น

ระยะเวลาการบ่มควรทำต่อเนื่องอย่างน้อยตามระยะเวลาดังนี้:

ชนิดคอนกรีตระยะเวลาบ่มขั้นต่ำ
คอนกรีตทั่วไปและคอนกรีตผสม Pozzolan7 วัน
คอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ประเภทที่ 3 (ให้กำลังอัดสูงเร็ว)3 วัน
7. เกณฑ์ยอมรับผลทดสอบกำลังอัดคอนกรีต

ตัวอย่างคอนกรีตที่ทดสอบกำลังอัดที่อายุ 28 วัน จะมีค่าต่ำกว่ากำลังอัดที่ออกแบบไว้ได้ไม่เกิน 3.5 MPa หรือต่ำกว่าได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าที่ออกแบบ

หากมีการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 7 วันเพื่อประเมินแนวโน้มเบื้องต้น กำลังอัดของทุกก้อนตัวอย่างที่ทดสอบต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่ออกแบบไว้

8. ระยะเวลาการรื้อแบบหล่อและค้ำยัน
ตำแหน่งแบบหล่อระยะเวลาก่อนรื้อได้
แบบข้างเสา คาน หรือกำแพงหลังจาก 2 วัน
แบบท้องพื้นและคานหลังจาก 14 วัน (ค้ำยันไว้อย่างน้อย 14 วัน)

การรื้อแบบหล่อก่อนกำหนดอาจทำให้โครงสร้างที่ยังไม่มีกำลังเพียงพอเกิดการแอ่นตัวหรือแตกร้าวได้ ควรยึดตามระยะเวลาที่กำหนดในแบบก่อสร้างหรือข้อกำหนดของโครงการเป็นหลักเสมอ

⚠ ข้อควรทราบ

เนื้อหานี้สรุปแนวทางปฏิบัติทั่วไปในการควบคุมงานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ระยะเวลาและเกณฑ์ตัวเลขที่กล่าวถึงอาจแตกต่างกันไปตามข้อกำหนดของแต่ละโครงการ ชนิดปูนซีเมนต์ที่ใช้ อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมหน้างานจริง จึงควรตรวจสอบกับข้อกำหนดสัญญา แบบก่อสร้าง และมาตรฐานฉบับที่บังคับใช้จริง (เช่น มยผ. 1101) ก่อนนำไปปฏิบัติทุกครั้ง และการควบคุมงานก่อสร้างจริงทุกกรณีต้องดำเนินการหรืออยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของวิศวกรผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

ติดตาม 90'S ENGINEER ในทุกช่องทาง
FacebookYouTube
90'S ENGINEER
© 2026 90'S ENGINEER · All rights reserved
แพลตฟอร์มคลังความรู้กฎหมาย/มาตรฐานแบบคำนวณรายการคำนวณคอร์สเรียน
บริษัทโปรไฟล์ / ผลงานข้อมูลธุรกิจติดต่อเรา